บาคาร่าออนไลน์ เล่นคาสิโนแบบเหนือชั้น ไม่ชิบหายเพราะสูตร

7 top online baccarat strategy tips for newbies


ถือเป็นเกมส์ทำเงินรวดเร็วลำดับต้นๆ ในบรรดาเกมส์คาสิโนทั้งหลาย สำหรับ บาคาร่า ออนไลน์ ที่นอกจากต้องอาศัยดวงแล้ว ยังต้องอาศัยความเข้าใจในหลากหลายศาสตร์วิชามาผสมกันเพื่อทำให้เหล่านักลงทุนสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เคยสังเกตไหมว่าทำไม ทั้งที่ก็ศึกษาสูตรเด็ด เคล็ดลับต่างๆ ที่เขามีจนแทบจะเรียกได้ว่าเรียนจบทุกสำนัก ทุกอาจารย์

แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังลุ่มๆ ดอนๆ ไม่เป็นอย่างที่ใจหวังซะที บางวัน สูตรเข้าก็โชคดีไป วันไหนสูตรออกทะเลก็ลบกระจาย แทบจะหาฝั่งกลับไม่เจอ กลายเป็นคน ไม่มีจุดยืนในการเล่น หากคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้แนะนำอ่านให้จบ แล้วคุณจะพบทางออก

สารบัญ


1. บาคาร่าออนไลน์ สูตรการเล่น ทำเงินให้คุณหรือให้ใคร?
 

พื้นฐานของการคิดสูตรบาคาร่า ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหน หรืออาจารย์ท่านใดก็ตาม จะมีหลักการคิดอยู่บน 2 แนวทางง่ายๆ ดังนี้

แบบแรก คือ การเล่นแบบ Player หรือ Banker

สูตรนี้เป็นสูตรที่นักลงทุนหน้าใหม่หลายๆ ท่านเลือกใช้ โดยมีวิธีคิดง่ายนิดเดียว ยึดตามหลักแนวการคิดแบบตรรกศาสตร์ ผ่านการทำงานวิจัยออกมาแล้วว่า Banker ได้เปรียบเสมอ (เวลาแทงฝั่งแบงค์เกอร์ ก็เลยเสียค่าน้ำไง) ดังนั้น หลายๆ คนจะยึดสถิติการแพ้ชนะของ Banker หรือ Player เป็นหลัก ถ้าหากฝั่งไหนชนะมากกว่าก็พยายามเล่นไปอีกฝั่งหนึ่งมากๆ เพราะคิดว่าสุดท้ายตัวเลขมันจะต้องมาใกล้เคียงกับสูตรมากที่สุด ซึ่งเอาจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ผิดอะไร

แต่ความเป็นจริงที่มันไม่ถูกเลยก็คือ เวลาโต๊ะเขาคำนวณตัวเลขออกมาให้คุณเห็นนั้น ไม่ได้คำนวณจากหลักร้อย แต่คำนวณจากหลักหมื่น ซึ่งสุดท้ายมันมีความเป็นไปได้ที่จะจบการแข่งขันด้วยผลแพ้ชนะแบบ 50-50 หรือ 45-50 แต่คุณจะมั่นใจได้ยังไงว่าในเกมที่คุณกำลังเล่นอยู่ ผลมันจะออกแบนี้ บางครั้ง แบงค์เกอร์ อาจจะชนะถึง 70% เลยก็มี หากหวังรวยด้วยสูตรนี้ คุณอาจะต้องมีวิชาด้านอื่นมาผสมด้วยเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งเดี๋ยวจะพูดในบทถัดไป

แบบที่สอง คือ การเล่นแบบนับขอนไพ่ 

ยกตัวอย่าง เช่น ออกเดี่ยว ออกติดกัน แทงตาม แทงสวน เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทางคาสิโนเขาไม่ได้ปิดบัง ยิ่งสนับสนุนเสียด้วยซ้ำ ด้วยการโชว์ เพราะยิ่งมีปัจจัยในการตัดสินใจมากขึ้นเท่าไร โอกาสที่นักลงทุนจะเล่นแบบไร้จุดหมายก็มีมากขึ้นเท่านั้น คุณเคยอยู่ในสถานการณ์ยึกยัก จะแทงก็ไม่กล้า จะหลบก็เสียดายโอกาสบ้างไหม จนบางครั้งคุณเล่นไม่เป็นตัวของตัวเอง ตามเพื่อน ตามสูตร ตามขอน ก็ล้วนมาจากการเสพข้อมูลหลักการที่มันมากจนเกินความจำเป็นนั่นเอง เวลาเล่นจึงไม่ควรคิดมากเกินไป แต่จะให้ไม่คิดอะไรเลยก็คงจะไม่ดี เอาแต่พอดีจะดีกว่า


2. ในเมื่อสูตรบาคาร่าออนไลน์ คือตัวหลอก ทางออกจึงอยู่ที่การนับไพ่
 

ถ้าหากคุณคิดว่าสูตรต่างๆ จะช่วยให้คุณชนะได้ คุณยิ่งต้องศึกษาเทคนิคการนับไพ่ในเกม บาคาร่าออนไลน์ให้ดีนั่นเอง จริงๆ การนับไพ่บาราคาถือว่าเป็น เทคนิคต้องห้ามในการเล่นไพ่หลายประเภท ถ้าหากคุณไปนับในคาสิโนสุ่มสี่สุ่มห้า คุณอาจจะโดนหิ้วปีกไปโยนทิ้งอย่างใน หนังเรื่อง 21 เกมเดิมพันอัจฉริยะ (2008) ก็ได้ แต่ในส่วนของบาคาร่าไม่อาจจะทำได้แม่นยำขนาดนั้น แต่การนับไพ่ก็ถือว่าช่วยได้มากเมื่อนำมาประกอบกับสูตรด้านบนที่ผมได้กล่าวมา

คุณรู้ไหมว่าในการสับไพ่หนึ่งครั้งใช้ไพ่ 8 สำรับ 416 ใบ แบ่งออกเป็นไพ่ที่มีแต้มตั้งแต่ 1-9 จำนวน 288 ใบ และเป็นไพ่ฟรีทีไม่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ถึง 128 ใบ หากคำนวณเป็นจำนวนเกมส์ในการเล่นต่อการสับไพ่หนึ่งครั้ง ก็อยู่ที่ประมาณ 70-80 เกมส์ขึ้นอยู่กับการออกไพ่ในแต่ละขอนนั่นเอง 

เทคนิคในการนับไพ่โดยหลักการจะมีอยู่ 2 แบบ

แบบแรก คือ การนับไพ่แบบแบล็คแจ็ค เลข 1-5 นับเป็น +1 ส่วน 6-9 นับเป็น -1 และยังต้องนับไพ่ตายที่ออกไปในแต่ละไม้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณอีกด้วย ประโยชน์ของการนับไพ่แบบนี้ก็คือ เป็นการนับคร่าวๆเพื่อให้เห็นว่าตอนนี้ไพ่ในขอนนั้น มีแนวโน้มในการออกอะไรไปมากน้อยขนาดไหน ถ้าหากไพ่ในขอนออกเป็น + มากกว่า ก็หมายความว่าตัวเลขที่มีคะแนนต่ำๆในขอนไพ่มีปริมาณน้อยลง ความแม่นยำในการใช้สูตรก็จะเพิ่มมากขึ้น

เมื่อจำนวนไพ่มีผลบวกออกมาใกล้เลข 30 มากเท่าไรประสิทธิภาพของ ไพ่ใบที่สามซึ่งเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้เกิดสภาวะไม่เข้าสูตรก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น เพราะมีโอกาสสูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ที่หน้าไพ่จะไม่เปลี่ยน หรือเปลี่ยนก็ไม่มากนั่นเอง ซึ่งถ้าหากใช้คู่กับการนับไพ่ตายไปด้วยกันแล้ว จะสามารถเพิ่มโอกาสในการทำนายผลการแข่งขันได้แม่นยำทำให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้นว่าคุณ ควรจะแทงติด แทงตาม หรือ แทงสวน นั่นเอง

แบบที่สอง คือ การนับไพ่อย่างละเอียด นอกจากคุณจะต้องมีพื้นฐานในการนับไพ่แบบ บวก ลบ แล้ว คุณยังต้องนับจำนวนไพ่จริงที่ใช้ในแต่ละครั้งแบบ real time อีกด้วย อย่างเช่น ในการสับไพ่ครั้งหนึ่ง จะมีตัวเลข 1-9 อย่างละ 32 ใบ ในสัดส่วนเท่ากัน การนับไพ่แบบละเอียดนี้จะทำให้คุณสามารถประเมินสถานการณ์การออกไพ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเมื่อไพ่ลดลงไปจากขอนมากเท่าไร โอกาสที่จะเข้าสูตรก็มีมากเท่านั้นนั่นเอง

วิธีการนี้จะได้ผลมากขึ้นเมื่อคุณใช้ร่วมกับเทคนิคการแทงทบ เพราะจากประสบการณ์ในการเล่นของผม ผลลัพธ์ของการนับไพ่ จะมีโอกาสพลาดไม่เกิน 3 ไม้ ไม่ว่าคุณจะแทงติด แทงตาม หรือ แทงสวน เมื่อนับไพ่จนถึงช่วงท้ายๆของการเล่นแล้ว โอกาสในการเข้าสูตรจะยิ่งมีความแม่นยำ 80% ขึ้นไปเลยทีเดียว


3. อ่านไพ่ออก บอกไพ่ได้ ยังไม่พอ คุณจะต้องเดินเงิน บาคาร่าออนไลน์ให้เป็นด้วย!
 

เมื่อคุณมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสูตรพื้นฐานในการเล่นแล้ว มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการนับไพ่แล้ว คุณเริ่มใกล้โอกาสชนะบาคาร่าออนไลน์แล้วล่ะ และความมั่นใจจึงเพิ่มเรื่องการมองหาหลักความน่าจะเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น อีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องศึกษาก็คือ เทคนิคการเดินเงิน แบบต่างๆ ที่มีเปิดเผยอยู่ทั่วไป แต่โดยส่วนตัวแล้วผมจะใช้อยู่แค่ 2 สูตรเท่านั้น ได้แก่ หลัก Fibonacci และหลัก Martingale นั่นเอง สาเหตุที่ผมยกสองสูตรการเดินเงินนี้มาพูดถึง เพราะมันค่อนข้างจะสอดคล้องกับการแบ่งไม้ในการลงทุน (หลักการเทรดหุ้นก็ใช้) กับเทคนิคกานับไพ่ที่ได้ศึกษามานั่นเอง

Fibonacci (ฟีโบนักชี) คือ การเดินเงินแบบอนุกรม ซึ่งนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ใช่แค่ในวงการไพ่เท่านั้น ในวงการตลาดหุ้นก็นิยมใช้สูตรนี้เช่นกัน ท่านสามารถศึกษาได้ง่ายๆตามตารางข้างล่างนี้ ซึ่งหลักการของการเล่นไม่ยากคือ ถ้าหากชนะก็ให้เล่นตามยอดที่วางไว้ ถ้าหากแพ้ให้วางเงินเพิ่มขึ้นเป็นสเต็ป และเมื่อกลับมาชนะอีกให้ถอยมา 2 สเต็ปนั่นเอง

สเต็ป

อัตราการเล่น

จำนวนเงิน

1

1

100

2

1

100

3

2

200

4

3

300

5

5

500

6

8

800

7

13

1,300

8

21

2,100


ยกตัวอย่างเช่น คุณเริ่มวางเดิมพันที่ 100 บาท เมื่อคุณเสียตาแรก ก็ยังคงอยู่ที่ 100 บาท เท่าเดิม ถ้าหากเสียอีก ก็ให้เพิ่มขึ้นเป็น 300, 500 หรือ 800 ตามลำดับ เมื่อคุณเล่นได้ ก็ให้ลดจำนวนเงินลงมา 2 สเต็ป อย่างเช่น คุณชนะในการวางเดิมพันที่ 800 บาท คุณต้องถอยมาเล่นที่ 300 บาท นั่นเอง

วิธีนี้เป็นวิธีการเล่นไม้ยาว เหมาะสำหรับการที่คุณเดินเข้าไปเล่นโต๊ะหนึ่งโดยไม่ได้นับไพ่ หรือ ไม่ได้มองแนวโน้ม เน้นเล่นในเกมส์ทีมีความเสี่ยงปานกลาง เล่นน้อยๆค่อยๆไปนานๆ ส่วนมากผมจะใช้วิธีการเดินเงินแบบ Fibonacci ก็ต่อเมื่อผมใช้ร่วมกับวิธีการนับไพ่ และผ่านไปเกิน 10 ไม้ บนโต๊ะนั้นๆเท่านั้น เพราะมันจะทำให้โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงลดลงมาระดับหนึ่งนั่นเอง

อย่างไรก็ตามจุดอ่อนของ Fibonacci ก็คือ คุณต้องเล่นให้มีผลชนะมากกว่าแพ้ 2 ใน 3 จึงจะถือว่าเดินเข้าสู่เป้าหมายที่วางไว้ และด้วยความที่จำนวนไม้ในการเล่นมากขึ้น ความเสี่ยงที่ตามมาจะยิ่งสูงขึ้นนั่นเอง มันอาจจะเป็นระบบการเดินเงินที่ได้น้อย แต่ก็เสียไม่มากก็จริง แต่เมื่อเข้าสู่การเล่นไม้ยาว โอกาสที่คุณจะแพ้มากกว่าชนะ มันมีแน่นอน ดังนั้น จงควบคุมผลลัพธ์ในการเล่นด้วยวิธีการนับไพ่และดูทิศทางลมเป็นหลักนะครับ 

Martingale (มาติงเกล) คือ การถัวเฉลี่ย หรือ วิธีการเล่นแบบแทงทบ นั่นเอง เป็นการเล่นที่ค่อนข้างดุดัน รวดเร็ว เหมาะกับคนที่มีสายป่านยาว หรือ เหมาะกับการเล่นแบบไม้สั้น และ ควรจะเป็นการเล่นไม้สั้นในช่วงที่ไพ่มีผลลัพธ์ในลักษณะ +30 ก็คือ ไพ่ในขอนเหลือน้อย และตัวเลขที่เป็นตัวแปรเริ่มทยอยออกไปถึงระดับหนึ่งเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสเสี่ยงน้อย และมีประสิทธิภาพสูง เหตุผลหลักๆที่ทำให้นักลงทุนหลายคนไม่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้มาจากสูตรเหล่านี้ แต่มาจากการที่พวกเขาไม่รู้วิธีการใช้มากกว่า ซึ่งเหตุผลหลักมาจากการไม่ศึกษารายละเอียดต่างๆให้ละเอียดพอนั่นเอง

จุดแข็งของ Martingale ก็อย่างที่บอกไปแล้ว ไม้สั้น จับเงินเร็ว ยิ่งถ้าเล่นร่วมกับสูตร และการนับไพ่แล้ว โอกาสจับเงินก็จะสูงมาก แต่จุดอ่อนของมันก็คือ สายป่านทางการเงินที่คุณจะต้องวางแผนให้ดี คุณต้องคิดในสถานการณ์ทีแย่ที่สุดว่าคุณมีหน้าตักพอที่จะเสียได้ในไม้ยาวๆหรือไม่นั่นเอง 

สุดท้ายนี้การเล่น บาคาร่า ในคาสิโน หรือบน ออนไลน์มีหลักสำคัญอยู่ 3 ประการ ได้แก่ดูไพ่เป็น เน้นเป้าหมาย ไม่ชิบหายเพราะสูตร ถ้าจะขยายความต่อการนับไพ่ก็คือการเพิ่มทักษะการดูไพ่ให้เป็น เน้นเป้าหมาย คือ การเล่นโดยใช้เทคนิคการเดินเงินที่เหมาะสมกับหน้าตัก และอย่าชิบหายเพราะสูตร เนื่องจาก ยิ่งคุณเชื่อสูตรมากเท่าไร ก็จะมีปัจจัยต่างๆ มาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจมากขึ้นเท่านั้น จะทำให้ความั่นใจต่างๆ ของตัวเราลดลง

ถ้าหากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลังเล จนแทงซ้ายออกขวา แทงขวาออกซ้าย อยากตามแต่ก็กลัว อยากสวนแต่ไม่กล้า ขอให้คุณตระหนักให้ดีว่า คุณกำลังจะชิบหายเพราะสูตร ดังนั้นจงสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง ด้วยการศึกษาสิ่งที่ช่วยให้คุณตัดสินใจ ไม่ใช่สิ่งที่บังคับให้คุณตัดสินใจนั่นเอง